ทุนการศึกษาของบุตรสมาชิก
Posted: จิตรา หนูแก้ว Date: 2021-08-04 15:14:32
   
 

ถึง  ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ

      ตามที่  ได้มีประกาศหลักเกณฑ์การให้ทุนส่งเสริมการศึกษาของบุตรสมาชิก ปี 2564

1) ทำไมต้องแยกประเภททุนการศึกษา ของสมาชิกผู้รับภาระค้ำประกัน และสมาชิกทั่วไป  คิดว่าไม่สมควรกำหนดแบบนี้

2) จำนวนทุนการศึกษาของสมาชิก 2 ประเภท มีความแตกต่างกันมาก  ไม่เหมาะสม ทำไมต้องกำหนดแบบนั้น  เพราะสมาชิกทั่วไป ส่งชำระค่าหุ้นถูกต้อง ตรงตามเวลา แต่ให้สิทธิน้อยกว่ามาก

3) ปี 2564  ไม่จำกัดผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาปี 2563  แต่ จะไม่ได้คะแนน ในข้อที่เคยได้รับทุน         หรือได้ 0  เท่ากับไม่ให้ขอรับทุนในปีติดกัน ซึ่งคิดว่าไม่ถูกต้อง เพราะสมาชิกชำระค่าหุ่้นทุกปี             

ฝากถึง คณะกรรมการฯผู้ที่มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์  ให้พิจา่รณาให้มีความเ่หมาะสมมากกว่านี้ค่ะ

 
 

   
 
 
ความคิดเห็นที่ 1  
โดย:วินิจ แก้วฝ่าย  Date: 2021-08-04 21:28:51
 
 
  เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ขอให้ทางคณะกรรมการได้พิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์ใหม่ ถ้าจะจำกัดสมาชิกไม่ให้ได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่อง เป็นการไม่เหมาะสม เพราะสมาชิกควรได้รับสวัสดิการ อย่างต่อเนื่อง จากการชำระค่าหุ้นเป็นประจำทุกเดือน ถือว่ามีเครดิตที่ดี
 
   
 
 
ความคิดเห็นที่ 2  
โดย:กฤตนัย ไปแดน  Date: 2021-08-06 05:51:03
 
 
 

กระผม นายกฤตนัย ไปแดน กรรมการฯ ขอตอบคำถามท่านสมาชิกดังนี้ครับ

ก่อนอื่นขอชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์ ก่อนนะครับ ดังนี้

(1) ส่งเสริมให้สมาชิกออมทรัพย์ โดยช่วยให้สามารถสงวนส่วนแห่งรายได้ของตนไว้ในทางอันมั่นคง และได้รับประโยชน์ตามสมควร (2) ส่งเสริมการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิก (3) รับฝากเงินจากสมาชิก หรือสหกรณ์อื่น (4) จัดหาทุนเพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์

จากวัตถุประสงค์ดังกล่าว  (๒) ส่งเสริมการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิก  ผมจึงขอตอบคำถามนี้ครับว่า 3) ปี 2564  ไม่จำกัดผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาปี 2563  แต่ จะไม่ได้คะแนน ในข้อที่เคยได้รับทุน หรือได้ 0  เท่ากับไม่ให้ขอรับทุนในปีติดกัน ซึ่งคิดว่าไม่ถูกต้อง เพราะสมาชิกชำระค่าหุ่้นทุกปี  กรรมการพิจารณาถูกต้องแล้ว เพราะ พิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์(๒) เป็นไปอย่างเป็นธรรมกับคนที่ยังไม่เคยได้ "เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข" แก่สมาชิกครับ

 
   
 
 
ความคิดเห็นที่ 3  
โดย:กฤตนัย ไปแดน  Date: 2021-08-06 06:01:05
 
 
 

จากคำถาม

1) ทำไมต้องแยกประเภททุนการศึกษา ของสมาชิกผู้รับภาระค้ำประกัน และสมาชิกทั่วไป  คิดว่าไม่สมควรกำหนดแบบนี้

2) จำนวนทุนการศึกษาของสมาชิก 2 ประเภท มีความแตกต่างกันมาก  ไม่เหมาะสม ทำไมต้องกำหนดแบบนั้น  เพราะสมาชิกทั่วไป ส่งชำระค่าหุ้นถูกต้อง ตรงตามเวลา แต่ให้สิทธิน้อยกว่ามาก

ผมขอตอบดังนี้ครับ

ข้อ 1 เป็นไป  ตามระเบียบการให้ทุนการศึกษาบุตรสมาชิก พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ 13 ที่กำหนดไว้เรื่องการให้ทุนว่าจะต้องจัดสรรให้ผู้มีภาระการค้ำประกันตามสมควรแล้วจึง  ให้คณะกรรมการจัดสรรให้แก่สมาชิกอื่น...(คำว่าตามสมควรที่กำหนดสัดส่วน 70 ต่อ 30 เนื่องจาก สมาชิกมีประมาณ 26,000 คน มีสัญญาเงินกู้กับสกรณ์ 18,000 สัญญา ดังนั้นหากคิดคำนวน จากผู้ค้ำประกันที่สมควรได้รับ คือ 18,000 หรือมากกว่านี้อาจถึง 20,000 คนแต่คิดตามตัวผู้กู้...ที่คิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของสมาชิกทั้งหมด) ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันการกู้เงินหรือการประนอมหนี้  ปรับโครงสร้างหนี้ หาผู้ค้ำประกันยาก...จึงเป็นสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารสหกรณ์ ไม่ใช่เพียงแต่เป็นสมาชิกเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างเดียวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์) ซึ่งการจะทำให้สมาชิกทั่วไป(ที่ไม่กู้ไม่ค้ำประกัน)  ได้เงินปันผลที่สูงสหกรณ์มีผลกำไร  ผลกำไรเกิดจากสมาชิกผู้กู้ นั่นหมายถึง ต้องมีผู้ค้ำประกันด้วย อันผู้กู้นัั้น ได้ใช้เงินแต่ผู้รับภาระค้ำประกันไม่ได้ใช้เงิน  แต่สำหรับผู้กู้และผู้ค้ำประกันด้วยยิ่งเป็นการ  สร้างประโยชน์แก่สหกรณ์ และสมาชิกทั่วไป เป็น 2 เท่า  ที่จะทำให้สมาชิกทั่วไปได้เงินปันผลที่สูง  "การเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข"..เพื่อความเป็นธรรมกับสมาชิกทุกคน ครับ  ลองนำไปไตร่ตรองให้ดีครับท่าน...ขอบคุณครับ

 
   
 
 
ความคิดเห็นที่ 4  
โดย:จิตรา หนูแก้ว  Date: 2021-08-06 10:59:34
 
 
 

ขอบคุณ คณะกรรมการ ฯ ที่ตอบคำถาม

ก็พอจะสรุปได้ว่า  สหกรณ์ฯ ต้องการสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารสหรณ์ ไม่ใช้เพียงแต่เป็นสมาชิกเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างเดียว ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์  จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการให้ทุนการศึกษาบุตรสมาชิก  โดยเน้นให้ความสำคัญกับผู้ที่กู้เงินและผู้ค้ำประกัน  สำหรับสมาชิกที่ไม่กู้เงินคงเป็นสมาชิกที่หวังผลประโยชน์อย่างเดียว  เข้าใจนะคะว่าสมาชิกที่กู้เงิน  ทำให้สหกรณ์มีผลกำไร และผลกำไรนั้นกลับคือให้แก่สมาชิกทุกๆ คนปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบของสหกรณ์  แต่โดยปกติผู้ที่กู้  จะได้รับเงินปันผลเฉลี่ยคืนในอัตราที่สูงกว่าสมาชิกที่ไม่กู้อยู่แล้ว ร้อยละ 13-14 ทุกปี  ในขณะที่สมาชิกที่ไม่กู้เงิน จะได้ปันผลแค่ ร้อยละ 6  กว่า ๆ  ตรงนี้เข้าใจได้  แต่ในการรับทุนการศึกษาบุตร  น่าจะคิดถึงการเป็นสมาชิกสหกรณ์เหมือน ๆ กัน มีความเท่าเทียมกัน  ไม่เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดในปีนี้  แต่ก็ขอขอบคุณท่านคณะกรรมการฯ ที่ได้ตอบกระทู้ให้ทราบ ทำให้ได้รับทราบว่าคณะกรรมการฯ มีความคิดเห็นอย่างไรในการบริหารจัดการสหกรณ์ฯ  ขอบคุณมากค่ะ

 
   
 
 
ความคิดเห็นที่ 5  
โดย:ล้อมเดช พลภูเมือง  Date: 2021-08-09 11:08:21
 
 
 

สอบถามครับ กรณีติดค้ำประกัน  แต่ได้รับทุนศึกษาบุตร ปี 63 จะได้รับทุนศึกษาปี 64 มั้ยครับ

 

 
 
   
 
    ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ทะเบียน:
รหัสผ่าน:
 
 
 

soatsolution โปรแกรมสหกรณ์ สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ฯ